<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.8" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>An Observer</title>
	<link>http://www.0bserver.com</link>
	<description>The way I see the world</description>
	<lastBuildDate>Sun, 29 Nov 2009 15:25:30 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>บันทึกจากหมู่เกาะสุรินทร์</title>
		<description>ในฐานะคนชอบเที่ยว - ปกติผมไม่ค่อยเลือกไปไหน "ซ้ำ" เพราะมันหมายถึงค่าเสียโอกาสที่จะไปเยือนสถานที่ใหม่ๆ 

แต่การไปเยือนหมู่เกาะสุรินทร์ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกของการไปทะเล “ซ้ำรอบสอง” ซึ่งวางแผนไว้ล่วงหน้าหลายเดือน (ปกติเป็นคนที่ไปไหนไม่ค่อยจะวางแผน) ตัดสินใจอย่างไม่ลังเลด้วยเหตุผลส่วนตัวหลายอย่างว่าจะไปเยือนที่นี่อีกครั้ง พร้อมกับแผนการเดินทางและการเตรียมตัวที่พร้อมกว่าคราวก่อน

แล้วก็ไม่ผิดหวัง ... ไม่ผิดหวังจริงๆ

ว่ากันตามตรง เกาะสุรินทร์ไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ที่สด ใส ใหม่ และไม่เคยผ่านมือชาย

เท่าที่ได้รับฟังมาจากผู้คนหลากหลาย ที่นี่อาจเคยเป็นเช่นนั้นเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่การพัฒนา การท่องเที่ยว ผู้คน หรือคลื่นยักษ์สึนามิ ก็ทำให้ที่นี่ “เปลี่ยนไป” มาก เช่นเดียวกับทุกสิ่งที่ไม่อาจต้านทานความจริงข้อนี้ไปได้

จำนวนสัตว์ทะเลอาจมีไม่เยอะเหมือนเคย สัตว์ใหญ่อาจไม่ค่อยโผล่มาให้เห็นบ่อยๆเหมือนก่อน แนวปะการังที่พังไปเพราะคลื่นยักษ์ (และสมอเรือ) เสียเยอะ ปริมาณขยะที่เพิ่มมากขึ้น ฯลฯ  สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ “แฟนพันธุ์แท้เกาะสุรินทร์” หลายคนเริ่มบ่น หรือเริ่มหมดศรัทธาต่อความมหัศจรรย์ของโลกใต้น้ำที่นี่

แต่อย่างที่บอก - ที่นี่ไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ - และความบริสุทธิ์ก็ไม่่ใช่เสน่ห์เพียงอย่างเดียวของผู้หญิง

ในบรรดาแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่เคยพบมา ผมว่าที่นี่มีความ “สด” มากกว่าหลายที่ และยังมี “เสน่ห์” อีกหลายอย่าง ที่หาไม่ได้จากรีสอร์ทหรูหรา หรือสระว่ายน้ำริมชายหาด ...</description>
		<link>http://www.0bserver.com/?p=1085</link>
			</item>
	<item>
		<title>ไทยโพสต์ แทบลอยด์ สัมภาษณ์ ส.ศิวรักษ์ : “ต้องรักษาสถาบัน”</title>
		<description>
ที่มา : ประชาไท

นักเคลื่อนไหวทางสังคมอาวุโส ผู้ประกาศตัวชัดเจนว่าเป็น Royalist แต่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ จนกระทั่งต้องข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่เคยต้องโทษสักครั้ง อาจจะเพราะหลายฝ่ายรู้แก่ใจว่า ส.ศิวรักษ์ วิพากษ์วิจารณ์ด้วยความจงรักภักดีอย่างจริงใจ
 
ในสถานการณ์ปัจจุบัน พูดกันอย่างไม่อ้อมค้อม ส.ศิวรักษ์เป็นคนน่าสนทนาที่สุด แม้ตอนแรกจะแหยงๆ แต่ได้แรงเชียร์จากพี่พิภพ ธงไชย ที่กดเบอร์โทรนัดหมายให้ ซึ่งเมื่อสนทนาแล้วก็พบว่ามีสาระหลากหลายให้คิด ขึ้นอยู่กับผู้คนทั้งหลายจะเปิดใจกว้าง เปิดความคิดให้กว้างหรือไม่
 
 
รัฐบาลตั้งรับ
 
เราเริ่มจากขอให้อาจารย์มองสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้
 
"พูดตรงไปตรงมานะครับ รัฐบาลนี้ก็มีองค์ประกอบซึ่งไม่เป็นเอกภาพ สอง-รัฐบาลประชาธิปัตย์มีความสามารถในการตีฝีปาก และก็เชื่อแต่ราชการประจำ คุณอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ มาเกือบปีแล้ว ก็ยังไม่เคยทำอะไรเลยนอกจากตีฝีปาก เป็นคนน่ารักนะครับ คนก็ชอบ แต่ยกตัวอย่างภาคใต้ก็เลวร้ายลงเรื่อยๆ ทุกเรื่อง คดีผมเองคามาตั้งจะ 2 ปีแล้ว คุณอภิสิทธิ์ก็โทรศัพท์ถึงผมเลยนะ จะสั่งตำรวจให้ยุติคดีผม ซึ่งเขาทำได้เลย แต่เขาก็ไม่ได้ทำ ทีแรกก็อ้างว่าคุณพัชรวาทเขาสั่งไม่ได้ ตอนนี้พัชรวาทก็ไปแล้ว อีกนัยหนึ่งก็ไม่มีกึ๋นที่จะทำอะไรให้เป็นเรื่องเป็นราว"
 
"และฝ่ายคุณทักษิณเขาก็รุกอยู่ตลอด เวลา ทางนี้ก็ตั้งรับไม่เป็นท่าเลย ตั้งแต่ คมช.แล้ว ...</description>
		<link>http://www.0bserver.com/?p=1081</link>
			</item>
	<item>
		<title>จากรัฐวิสาหกิจ ความมั่นคงของชาติ ไปถึงประชาธิปไตย</title>
		<description>

ข่าวรถไฟชนกับรถกระบะของชาวบ้านตามต่างจังหวัดที่มีให้เห็นรายวัน (จนแทบไม่มีใครสนใจ)
ข่าวรถไฟตกรางที่หัวหิน มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บมากมาย เพราะความผิดพลาดของคนขับ และความผิดของรัฐบาลที่ให้ทำงานหนัก
สามวันจากนั้น รถไฟตกรางอีกครั้งที่ราชบุรี
ไม่กี่วันจากนั้น รถไฟชนรถกระบะ (อีกแล้ว) ที่โคราช

ไม่กี่สัปดาห์จากนั้น สหภาพการรถไฟประท้วง หยุดเดินรถทั่วประเทศ

แม้จะมีคำสั่งศาล แต่เรื่องราวก็ยังไม่จบ (น่าคิดว่ายังมีใครเชื่อฟังคำสั่งศาลกันอยู่บ้างไหมในประเทศนี้)
จนการรถไฟต้องใช้กำลังเข้า "ยึด" หัวรถจักรจากพนักงานขององค์กรตนเอง
แต่เรื่องราวก็ยังไม่จบ เพราะล่าสุดวันนี้ก็ยังไม่มีรถไฟวิ่งไปจนสุดสายที่ยะลา
แถมคนขับมือใหม่ยังวิ่งเลยสัญญาณไฟ จนเกือบเฉี่ยวชนรถขบวนอื่น

เพื่อนฝรั่งถามว่า

"ไอถามจริงๆ ตกลงเขาไม่พอใจกันเรื่องอะไรหรือ"
"ไอ ด๊อน โนว์"

ฯลฯ และ ฯลฯ

มีประเด็นน่าคิดจากเรื่องขำขันจากข่าวประจำวันอยู่เล็กน้อย พอให้มาบ่นต่อได้

เรามัก(อ้าง)กันอยู่เสมอว่าการแปรรูปรัฐวิสาหกิจคือการขายชาติ
การให้เอกชนเข้ามาทำธุรกิจซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของชาติ คือประเด็น "อ่อนไหว" และสุ่มเสี่ยงต่อเรื่อง "ความมั่นคง"

แต่ถ้าลองหันมาดูกรณีรถไฟไทยเป็นตัวอย่าง

อย่างที่ทราบกันดี - การรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรที่มี "ต้นทุน" ที่ดีกว่าองค์กรอื่นมาก (ๆๆ)
การรถไฟฯมีที่ดิน "พระราชทาน" ตกทอดมาตั้งแต่สมัยเริ่มก่อตั้งในสมัย ร.๕
ที่ดินของการรถไฟมีมากมาย หลายแห่งอยู่ในย่านที่สามารถ "ทำเงิน" ได้มหาศาล
มีสหภาพพนักงานที่เข้มแข็ง จนน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับผู้ใช้แรงงานได้ทั่วประเทศ

เรียกได้ว่าเป็นองค์กรที่น่าจะ "เข้มแข็ง" ได้ไม่ยาก
และน่าจะสร้าง "ความมั่นคง" ทางการขนส่งระบบรางให้กับประเทศได้สมกับความตั้งใจ

แต่ความจริงกลับเป็นว่า

ความยาวของรางรถไฟไทย แทบไม่เพิ่มขึ้นเลยตั้งแต่สมัย ร.๕ ทรงก่อตั้ง
มีจังหวัดในประเทศนี้อีกมากมายนับไม่ถ้วน ที่ไม่มีรถไฟวิ่งผ่าน
จังหวัดไหนที่รถไฟวิ่งผ่าน ก็จะใช้เวลาเดินทางมากกว่าใช้บริการรถตู้เถื่อน 3 ...</description>
		<link>http://www.0bserver.com/?p=1074</link>
			</item>
	<item>
		<title>Blog Action Day 2009 &#124; Climate Change – สิ่งแรกที่ต้องเปลี่ยนคือความคิด</title>
		<description>วันนี้เป็นวัน Blog Action Day (www.blogactionday.org)

เป้าหมายของ Blog Action Day คือต้องการสร้างความตื่นตัวให้กับคนทั่วโลกผ่านการเขียน / อ่านบล็อก โดยกำหนดให้แต่ละปี บล็อกเกอร์ทั่วโลกพร้อมใจกันเขียนถึงเรื่องเดียวกันครั้งหนึ่ง และประเด็นที่กำหนดกันในปีนี้คือเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของโลก หรือ Climate Change ที่กำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คนในส่วนต่างๆทั่วทุกมุมโลก

ตัวเลขล่าสุดในเวบ www.blogactionday.org  ใน 24 ชั่วโมงนี้จะมีคนเขียนบล็อกเกี่ยวกับเรื่อง climate change มากถึง 7,000+ บล็อก จาก 136 ประเทศทั่วโลก และคาดว่าจะมีคนอ่านกว่า 11,000,000+ คน

ซึ่งผมก็ (กระแดะ) อยากเป็นหนึ่งในนั้น


โลกร้อน / สิ่งแวดล้อม / Climate Change - ในฐานะคนที่สนใจติดตามเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างน้อยนิด และชอบคิดอะไรประหลาดๆไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านอยู่บ่อยๆ ผมเชื่อว่า “แก่น” ของประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม แทบจะไม่ต่างจากประเด็นระดับโครงสร้างเรื่องอื่นๆเท่าไหร่

ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การแบ่งแยกสีผิว ...</description>
		<link>http://www.0bserver.com/?p=1041</link>
			</item>
	<item>
		<title>มาบตาพุดจากอีกมุมหนึ่ง โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์</title>
		<description>


ที่มา​: มติชนออนไลน์ 

ผมเชื่ออย่างจริงใจว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เขียนบทความเรื่อง "แนะทางออก 76 โครงการมาบตาพุด" (มติชน, 5 ต.ค. 2552) ด้วยความปรารถนาดีต่อทุกฝ่าย แต่ด้วยความเคารพต่อท่านผู้เขียน ผมไม่เห็นด้วยเลย เพราะคิดว่าเต็มไปด้วยอคติซึ่งเกิดขึ้นจากแนวทางการพัฒนาที่ไทยใช้สืบเนื่อง กันมาหลายทศวรรษ อคตินี้ไม่ได้เป็นของท่านผู้เขียนเพียงคนเดียว แต่เป็นอคติที่รัฐบาลไทย, ชนชั้นนำไทย, และสถาบันการศึกษาไทยดำรงสืบเนื่องมาอย่างมั่นคงเป็นเวลานาน

และนี่คือเหตุผลที่ผมต้องแสดงความเห็นแย้ง

คุณชาย ปรีดิยาธร เทวกุล ชี้ให้เห็นความเสียหายทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นจากการระงับโครงการ และความเสียหายแรกที่กล่าวถึงคือตำแหน่งงานจ้าง ที่คนไทยจะต้องเสียไป 100,000 ตำแหน่ง ตามการคาดการณ์ว่า 76 โครงการที่ถูกระงับนั้น จะก่อให้เกิดการจ้างงานได้ อันที่จริงประธานสภาอุตสาหกรรมให้ตัวเลขไว้ "หลายแสน" ด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม เราสามารถมองเรื่องนี้ได้จากสองด้าน การสูญเสียตำแหน่งงานจ้างถึง 100,000 ตำแหน่งก็ถือว่าสูงอยู่ โดยเฉพาะในยามเศรษฐกิจตกต่ำอย่างในทุกวันนี้ แต่อีกด้านหนึ่ง คำสั่งศาลปกครองให้ระงับโครงการเหล่านี้ไว้ก่อน ก็คือการช่วยให้คนไทยอีก 100,000 คนไม่ต้องเสียชีวิตหรือพิการ อันจะเป็นภาระทั้งแก่ครอบครัวของเขา และประเทศชาติอย่างมหาศาล

ทุกครั้งที่มีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับการคุกคามสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้คนโดย โรงงานอุตสาหกรรม อคติที่ครอบงำมักบีบให้เราจำกัดผลกระทบของปัญหาให้เหลือแคบเพียงประชาชนใน ...</description>
		<link>http://www.0bserver.com/?p=1061</link>
			</item>
	<item>
		<title>รัฐบาลควรหัดทำเรื่องง่ายๆอย่าง 3G เสียที</title>
		<description>‘ระนองรักษ์’ เครื่องร้อนดึงเกมยื้อ 3 จี ขอพบ กทช. เพื่อชะลอเปิดประมูล ขณะที่ประธาน กทช.ยันหากรัฐบาลต้องการให้ชะลอต้องทำหนังสือมาอย่างเป็นทางการ...

พล.อ.ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าววันนี้ (6 ต.ค.) ว่า ทีมงานร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จะขอเข้าพบและหารือ กทช. ถึงกรณีการเปิดประมูลใบอนุญาตโทรศัพท์มือถือ 3 จี ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดวันเวลาชัดเจน โดยในส่วนของ กทช. ได้สั่งให้ทีมงานเตรียมข้อมูลเพื่อตอบคำถามของ รมว.ไอซีทีทุกประเด็นที่สง สัย

ประธาน กทช. กล่าวต่อว่า กทช. มั่นใจจะสามารถชี้แจงได้ทุกปัญหาที่ รมว.ไอซีที สงสัย เพราะเรื่องนี้ กทช.ได้เตรียมข้อมูลและเตรียมตัวที่จะเปิดประมูลใบอนุญาต 3 จี มานานแล้ว ยืนยันว่า ไม่ได้เอาสมบัติชาติไปขายและไม่ได้ทรยศชาติ เพราะกทช.ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดและรอบคอบมากที่สุด ไม่เช่นนั้น อาจถูกฟ้องร้องได้เช่นกัน

“การประชุมบอร์ด กทช. วันที่ 7ต.ค.นี้ ...</description>
		<link>http://www.0bserver.com/?p=1031</link>
			</item>
	<item>
		<title>District 9 &#8211; โลกที่ไม่เคยใหญ่พอ</title>
		<description>ข้อความด้านล่างนี้ไม่ได้เปิดเผยเนื้อหาของเรื่องมากเกินไป สามารถอ่านได้แม้ยังไม่ได้ชมภาพยนตร์


เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง District 9 เกิดขึ้นเมื่ออยู่มาวันหนึ่ง มียานอวกาศจากนอกโลกบินมาจอดแน่นิ่งอยู่เหนือเมือง “โยฮันเนสเบิร์ก” ประเทศแอฟริกาใต้ ยานลำนั้นมาจอดอยู่นิ่งๆเฉยๆ ไม่ได้ปล่อยแสงพิฆาตออกมาทำลายโลกให้ย่อยยับ (เหมือนที่เห็นในหนังทั่วไป) และไม่ว่ามนุษย์โลกจะใช้วิธีการใด ก็ไม่มีใครรู้ว่ายานลำนี้มาจากไหน มาเพื่ออะไร ทำไมต้องไปจอดอยู่ที่นั่น และจะจอดไปอีกนานเท่าไหร่กันแน่

และด้วยสัญชาตญานความอยากรู้อยากเห็น เมื่อ “เรา” (หมายถึงมนุษย์โลก) ตรวจสอบยานลำนั้นมากขึ้นเรื่อยๆก็พบว่า ภายในยานขนาดยักษ์มีมนุษย์ต่างด้าว – เอ้ย, ต่างดาว – อาศัยอยู่จำนวนมาก อยู่กันอย่างแออัด อดๆอยากๆ ในยานอวกาศที่เดินทางข้ามกาแลกซี่มาหยุดอยู่นิ่งๆอย่างไร้สาเหตุ

ซึ่งตามประสา “เจ้าของบ้าน” ที่ดี เราจึงช่วยกัน “อพยพ” มนุษย์ต่างดาวรูปร่างเหมือน “แมลง” เหล่านั้นลงมาพำนักพักอาศัยอยู่ใน “เขต 9” อันเป็นทีมาของชื่อหนัง District 9 นั่นเอง

เรื่องราวดำเนินต่อไปบนแกนกลางของเรื่องที่เกี่ยวพันกับการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์ผู้เป็น “เจ้าของบ้าน” กับ “คนแปลกหน้า” ผู้จำต้องมาพักอาศัย มาอยู่อย่างไม่มีที่มา ไม่มีที่ไป และไร้ซึ่งความเข้าใจใดๆระหว่างกัน

District 9 ...</description>
		<link>http://www.0bserver.com/?p=1010</link>
			</item>
	<item>
		<title>Sea Sand Sun</title>
		<description>หลายวันก่อนแอบหนีไปพักผ่อนมาเล็กน้อย
โชคดีมากที่ได้เจอวัน​ "ฟ้าเป็นใจ" บ้าง (แม้จะไม่กี่วัน)
เพราะนานมากแล้วที่ไม่ได้เจอฟ้าใสๆอย่างนี้

ทริปนี้เป็นทริปสั้นๆ 
แอบหนีงาน - หนีแทบทุกอย่าง - ไปเป็นชาวเกาะอยู่คนเดียว
เป็นอีกครั้งที่ ท้องฟ้า สายลม และแสงแดด 
ช่วยยืนยันอีกครั้งว่าเรา "มีความสุข" ได้ไม่ยากอย่างที่คิด


[nggallery id=10] </description>
		<link>http://www.0bserver.com/?p=999</link>
			</item>
	<item>
		<title>จากการเพิ่มผลผลิต สู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม</title>
		<description>สังคมมนุษย์ในวันนี้ ดูจะไม่สนใจแข่งกันใช้ทรัพยากรให้น้อยที่สุด ให้ดีที่สุด เหมือนก่อน 
หากแต่กำลังแข่งกันสร้าง "ความพึงพอใจ" ระหว่างกันและกันแทน

 มือที่(ลอง)มองให้เห็น : จากการเพิ่มผลผลิต สู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม


เนื่องด้วยโดนมรสุมในชีวิตซัดเข้ามาติดๆกันหลายลูก ทำให้การเขียน "มือที่(ลอง)มองให้เห็น" ขาดช่วงไปกว่าเดือนครึ่ง

ถึงตอนนี้ก็ได้ส่งงานประจำเดือน "กันยายน" ไปเป็นที่เรียบร้อย
เชิญตามไปอ่านกันได้ที่ โอเพ่น​ออนไลน์ เช่นเคยครับ

เรื่องที่อยากเขียนถึงครั้งนี้เป็น​ "ตอนแรก" ของชุดความคิดรวมๆที่อยากเขียนถึง "ระบบทุนนิยม / วัตถุนิยม" ในปัจจุบัน
ถ้าคาดไว้ไม่ผิดน่าจะต่อเนื่องกันไปซัก 3-4 ตอนจบ แต่ในเวลาเดียวกัน ก็จะพยายามสรุปใจความให้จบในตอนไปด้วยใครคราวเดียว

ลองอ่านดูเรื่อยๆ 
ชอบไม่ชอบอย่างไร ติชมได้ที่นี่เช่นเคยครับ
 </description>
		<link>http://www.0bserver.com/?p=995</link>
			</item>
	<item>
		<title>ความไม่สะดวกของนักท่องเที่ยว</title>
		<description>ผมเคยคิดว่าบ้านเมืองเรามีเรื่องแปลกประหลาด หัวเป็นหาง หางเป็นหัว อยู่หลายเรื่อง แต่ทุกครั้งที่เชื่อเช่นนี้และเริ่มทำใจ "อยู่กับมัน" ไปวันๆได้ ก็มักมีเรื่องแปลกๆที่ฟังแล้วมึนๆโผล่ขึ้นมาได้ทุกครั้ง

วันนี้อดไม่ได้ ต้องขอเขียน(บ่น) ถึงเรื่อง "จระเข้เขาใหญ่" เสียหน่อย

จากรายงานข่าวในสื่อกระแสหลัก (อันแสนหน่อมแน้มสไตล์ไท๊ย ไทย เช่นเดียวกับ SMS ที่วิ่งบนหน้าจอ) ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้คนล้วนตื่นตระหนกกับข่าวการพบจระเข้ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แถบเส้นทางศึกษาธรรมชาติระหว่างเส้นทางกางเต๊นท์ผากล้วยไม้ ไปยังน้ำตกเหวสุวัต กันเป็นอย่างยิ่ง

เช้าวันหนึ่งระหว่างขับรถไปทำงาน ผมได้โอกาสฟังสื่อมวลชนจับไมค์ทิ่มปาก นายมาโนช การพนักงานหน.อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อสัมภาษณ์ถึง "แนวทางแก้ไขปัญหา" ที่จะดำเนินการต่อไป



ฟังแล้วสงสารคุณมาโนชจับใจ – พี่เค้าก็ชี้แจงถึงพฤติกรรมในธรรมชาติของจระเข้ในรายละเอียด เล่าให้ฟังว่าพอทราบมาบ้างสักสองปีแล้วว่าเขาใหญ่มีจระเข้ และตอนนี้ (เนื่องจากคนกรุงเทพตื่นตูมกันมาก) เลยได้จัดทำป้ายประกาศเตือนนักท่องเที่ยวให้ระมัดระวังเป็นที่เรียบร้อย

นักข่าวยิงคำถามต่อว่า – คุณรู้มานานแล้ว ทำไมไม่จับจระเข้เสียล่ะ

คุณมาโนช ได้แต่ตอบอ้ำๆอึ้งๆ ได้แต่ตอบไปว่า – ยังไม่เคยมีรายงานจระเข้ทำร้ายนักท่องเที่ยว

เท่านั้นเอง ... 
หลังจากวางสายสัมภาษณ์สดไป พี่มาโนช ก็กลายเป็นเหยื่อรายการ "เล่าข่าว" อย่างที่ไม่มีโอกาสจะโต้แย้งได้

สื่อพากันวิพากษ์วิจารณ์ แบบอ้อมๆ (ให้ฟังดูเหมือนคุยข่าว แต่จริงๆสอดไส้ความเห็นหน่อมแน้มของตัวเองเข้าไปเกือบทั้งหมด) ...</description>
		<link>http://www.0bserver.com/?p=988</link>
			</item>
</channel>
</rss>
