งานนี้ไม่มีหัวไม่มีก้อย แต่ออกกลาง

ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อ สับสน วุ่นวาย มาเป็นเวลายาวนาน จุดยืนของใครหลายคนล้วนถูกแบ่งฝักฝ่ายกันไป ทั้งที่ยินดีกระโดดไปยืนขั้วหนึ่งด้วยตัวเอง หรือไม่ก็โดนอีกฝ่ายผลักไปยืนอีกขั้วหนึ่ง

ในฐานะคนชั้นกลาง (ส่วนน้อย) ที่ติดตามการเมืองไทยมานานและอยู่ในระดับที่ “ลึก” กว่าเพื่อนฝูงรอบตัวมากพอควร (อย่างน้อยผมก็อ่านข่าวเอง ไม่ได้ฟังจากรายการคุยข่าวแบบแดกด่วน ละนะ) ผมพบว่าการแสดงออกถึงจุดยืนทางการเมืองของคนไทยในสมัยนี้นั้น ผูกพันอยู่กับ “ชนชั้น” ของตนเองค่อนข้างมาก นั่นคือหากคุณมีการศึกษาดี เป็นคนเมือง คนทั่วไปย่อม “คาดว่า” คุณจะเป็นสีเหลือง และในทางกลับกันก็หมายถึงสีแดง ย่อมมีไว้ให้สำหรับคนรากหญ้า ที่ได้แต่เป็น “เบี้ย” ของเึครือข่ายระบอบทักษิณ

จุดยืนทางการเมือง กลายเป็นเรื่องแบบเดียวกับ โทรศัพท์มือถือ  (ไอโฟน ดีกว่า HTC จริงหรือ) คอมพิวเตอร์ (ซื้อ PC หรือ Mac ดีนะ) หรือทีมฟุตบอล (หงส์จิกผีแน่คืนนี้ จากเด็กหงส์กลางดอย) เพราะมันมี “สี” ให้คุณเลือกเชียร์ได้อย่างสนุกสนาน มีเพียงข้อแม้เดียวคือเมื่อเชียร์ทีมไหนแล้ว ใครจะเตะตัดขา ลอบสกัดจากด้านหลัง หรือติดสินบนผู้ตัดสินยังไง ให้ถือว่ายอมรับได้ ตราบใดที่ทีมเราได้ประโยชน์

สังคมไทยกลายเป็นสังคม “สองขั้ว” มาหลายปีจนเราลืมไปแล้วว่าเราอาจมีจุดยืนที่อาจเห็นด้วยกับบางเรื่องของสีหนึ่ง และไม่เห็นด้วยกับอีกหลายเรื่องของสีหนึ่ง ก็เป็นได้

แล้วเราก็ลืมกันไปว่าบรรดาผู้นำ “ขั้ว” ทั้งหลายที่เห็นนี้ ต่างก็ใช้พวกเราเป็น “เบี้ย” กันทั้งนั้น นั่นหมายความว่ายิ่งเราแบ่ง “ขั้ว” กันมากเท่าไหร่ เรายิ่งมอบอำนาจการตัดสินใจของเราให้กับผู้นำลัทธิเหลือง-แดง มากขึ้นไปเท่านั้น

ท้ายที่สุดแล้ว ถ้าเราไม่พยายามอดทน “ก้าวข้าม” ผ่านการเมืองแบบ “แบ่งขั้ว” นี้ไปให้ได้ อำนาจทางการเมืองที่แท้จริงย่อมไม่มีวันเป็นของ “ประชาชน คนธรรมดา” อย่างเราๆท่านๆแน่นอน เพราะหากการเคลื่อนไหวทางการเมืองต้องตามก้น “ชนชั้นนำ” ที่ล้วนมีวาระซ่อนเร้น (Hidden Agenda) กันทุกฝ่ายแล้ว เมื่อไหร่ “ประชาชน คนธรรมดา” จะมีสิทธิ มีเสียง เป็นของตัวเองจริงๆได้เสียที

สุดท้ายการเมืองไทยก็จะกลาย “ปาหี่” ต้มคนดูไปทุกยุคทุกสมัย เพราะเมื่อใดก็ตามที่คนชั้นนำสามารถประสานประโยชน์กันได้ลงตัว ประชาชนที่เป็น “เบี้ยหมาก” ทางกลยุทธ์ก็จะกลายเป็นเพียง “บันทึกเล็กๆในประวัติศาสตร์” ที่ไม่มีใครจดจำ

ผมเขียนไว้ที่นี่หลายครั้งแล้วว่าทุกคนพร้อมใจกัน “ลืม” ไปว่า “สนธิ ลิ้มทองกุล” เคยเป็นเพื่อนรักกับ “ทักษิณ ชินวัตร” และเช่นเดียวกับตัวละครทุกตัวที่เราเห็นกันในวันนี้ ล้วนแต่เป็นคน “กากี่นั้ง” กันทั้งนั้น

ทุกคนไม่เคยคิดว่าถ้าวันนี้ “ทักษิณ” ประสานประโยชน์กับ “บ้านสี่เสาฯ” ได้ – คนไทยจะได้อะไรบ้าง นอกจากปาหี่การเมืองระยะเวลา 3 ปี ยึดสนามบิน ยิงกันตายกลางกรุง แก๊สน้ำตาตัดขาคนได้ ชีวิตของลุงไพรวัลย์ ชีวิตของน้องโบว์ ดัชนีหุ้นที่ร่วงลงมา 50% สังคมแตกแยก ทักษิณออกนอกประเทศ แต่ทุกคนที่เคยทำงานให้เขา ล้วนมีบทบาท “นำ” ในสังคมต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หลายวันก่อน ผมพบข้อเขียนชิ้นที่เก็บมาแปะไว้นี้โดยบังเอิญ ผมพบว่ามันเป็นข้อเขียนที่เขียนได้ถูกใจจุดยืนทางการเมืองของตัวผมเองมากที่สุด เท่าที่เคยเห็นมาในสื่อกระแสหลัก

ข้อเขียนชิ้นนี้เป็นการเขียนตอบจดหมายของคุณ “ใบตองแห้ง” ในคอลัมน์ “ว่ายทวนน้ำ” ของหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น “ขาประจำ” ของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร

อ่านแล้วอดไม่ได้จริงๆที่จะเอามาแปะไว้ที่นี่ อยากให้ลองอ่านและลองคิดตามกันดูให้ดีๆ ในฐานะ “ประชาชนไทย” ผู้เป็นเ้จ้าของประเทศ เป็นพลเมืองผู้เสียภาษีทุกบาททุกสตางค์ในแต่ละเดือนครับ (ข้อความเน้นตัวหนาโดยผมเอง)

ถึงคุณใบตองแห้งและผู้อ่านทุกคน

ไปๆ มาๆ เริ่มสงสัยว่าคุณใบตองแห้งกำลังว่ายทวนน้ำ หรือกำลังลอยตัวตามกระแสน้ำเน่ากันแน่ คนที่ว่ายทวนน้ำได้จะต้องเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็งและมุ่งมั่น ที่จะยอมทุ่มเทพละกำลังอย่างไม่ย่อท้อเท่านั้น ดังนั้นแน่ใจได้เลยว่าคุณไม่ใช่ คุณก็เหมือนคนไทยส่วนใหญ่ที่นิ่งเฉย ดูดาย ไม่ยอมทำอะไรเพื่อประเทศชาติ ทำตัวเหมือนกอสวะที่ล่องลอยไปตามสายน้ำ ไม่รู้สึกรู้สม ไม่เดือดร้อนอะไรทั้งสิ้น

สถานการณ์บ้านเมืองมาถึงจุดนี้แล้ว คนไทยที่ยังมีจิตสำนึกและรู้จักหวงแหนความเป็นชาติไทย ควรต้องออกมาแสดงความเจ้าเข้าเจ้าของประเทศกันบ้าง จะมัวปล่อยให้เสื้อแดงเสื้อเหลืองอวดอ้างว่าเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ อย่างไม่จบไม่สิ้นแบบนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องรู้กันให้แน่ชัดไปเลยดีกว่าว่า คนไทยส่วนใหญ่ต้องการให้ทักษิณกลับมาเป็นใหญ่ในแผ่นดินนี้อีกจริงหรือไม่ กลับมาครั้งนี้ทักษิณจะใหญ่ยิ่งกว่าเดิมแน่ๆ เพราะเขาจะไม่เป็นแค่ผู้นำของประเทศเท่านั้น เขาต้องการเป็นประมุขสูงสุดด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์

ทำไมทักษิณจะกลับมาไม่ได้ มีเงินเป็นแสนๆ ล้าน เอามาแจกประชากรทั่วประเทศคนละห้าล้านก็ขนหน้าแข้งไม่ถึงกับร่วงหรอก หมดเงินแค่สามสี่ร้อยล้านซื้อใจคนไทยทั้งประเทศได้สบายๆ ดีกว่าจะเอามาหว่านให้ลูกสมุนเอามาละลายแม่น้ำเล่นอย่างที่ทำอยู่ เสียดายเงิน เสียดายเวลา เสียดายโอกาสแทนคุณทักษิณจริงๆ คนฉลาดเป็นกรดไม่น่าถูกหลอกง่ายๆ แบบนี้เลย

สำหรับพวกเสื้อแดงที่อยากให้คุณทักษิณกลับมาบ้านเร็วๆ ก็จงเชื่อต่อไปว่าคุณทักษิณคือผู้วิเศษที่จะเนรมิตให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ (โดยไม่ต้องไปกู้เงินต่างชาติ) คนจนจะหมดไป (เพราะจะได้รับส่วนแบ่งจากเงินที่คุณทักษิณเขมือบไปคนละห้าล้าน) และคุณทักษิณจะปกครองบ้านเมืองด้วยธรรมาภิบาลไปตลอดชีวิต เป็นที่รักและชื่นชมของทั้งคนไทยและต่างประเทศตลอดไป

ส่วนคนเสื้อเหลืองที่จงเกลียดจงชังไอ้แม้วหน้าเหลี่ยมอย่างสุดใจ พร้อมที่จะแลกชีวิตเพื่อทำลายล้างระบบทักษิณให้สิ้นซาก ก็คงต้องเริ่มรวบรวมพละกำลัง ทั้งกำลังกาย กำลังใจ และกำลังทรัพย์ ลุกขึ้นออกมาต่อสู้อีกครั้งหนึ่ง คงจะเป็นสงครามครั้งสุดท้าย (ภาคสอง ภาคพิศดาร หรือภาคจบบริบูรณ์ก็ไม่รู้) จริงๆ เพราะจะมัวเพ้อฝันว่าจะตั้งพรรคการเมืองใหม่มาต่อสู้ในเวทีการเมือง ก็ยังมองไม่เห็นวี่แววว่าจะเอาชนะการเมืองเก่าได้ เงินบริจาคก็ร่อยหรอลงทุกวันจนเอเอสทีวีแทบกระอักเลือดตายอยู่รอมร่อ จะมีแรงสู้ไปได้สักกี่น้ำเชียว สู้ด้วยใจอย่างเดียวจะไหวเหรอ??

เอาเลยออกมาให้หมดประเทศนะเที่ยวนี้ ให้มันเห็นกันว่าแท้จริงแล้ว คนไทยส่วนใหญ่กำลังคิดอะไรอยู่และต้องการอะไรกันแน่

บอกตามตรงว่าดิฉันเอือมระอาเหลือเกินกับสภาพบ้านเมืองแบบนี้ อยากให้มันจบๆ เสียที ให้มันรู้ว่าจะออกหัวหรือก้อย ดิฉันขอเลือกข้างหัวนะ ถ้าออกมาเป็นก้อยก็เห็นทีจะขออำลาไปอยู่ต่างประเทศถาวร และพร้อมจะสละสัญชาติไทยทันที ใช่-ขอยกประเทศไทยให้พวกคุณไปเลย แต่จะไม่ยอมเสียภาษีให้คนโกงชาติกินเมืองอีกต่อไปแล้ว enough is enough

ด้วยความจริงใจ
ใจจริง

ตอบ คุณใจจริง

ความจริงคุณควรไปเรียกร้องแกนนำพันธมิตรฯ ของคุณมากกว่า ว่าทำไมไม่ระดมพลออกมาปกป้องเปรม สุรยุทธ์ และรัฐบาลประชาธิปัตย์ มาเรียกร้องผมทำไมไม่ทราบ ในเมื่อผมประกาศตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่ยอมรับรัฐประหาร ฉะนั้นเมื่อทักษิณและม็อบเสื้อแดงจะตอบโต้ผู้อยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร ผมก็สะใจด้วยซ้ำ บุญเท่าไหร่แล้วที่วันนี้ไม่ใส่เสื้อแดงไปล้อมบ้านสี่เสาฯ ด้วย

อะไรคือตามน้ำ อะไรคือทวนน้ำ ในสังคมไทยวันนี้ สื่อหรือนักวิชาการหางอึ่งที่ไหนก็เขียนด่าทักษิณ ด่าไอ้เหลิม ด่าฝ่ายค้าน หรือด่านักการเมืองได้สบายปาก และได้รับการยกย่องเป็นขวัญใจสังคม เชื่อมั่นว่าไม่ได้รับเงินใครมา แต่ลืมดูไปว่าไม่ได้รับสำนึกประชาธิปไตยมาด้วย

การเป็นสื่อขวัญใจง่ายมากในสังคมยุคนี้ เอ้า-เชียร์สงกรานต์ห้ามขายเหล้า ด่านักการเมืองรับเงินบริษัทเหล้า เอ้า-เชียร์คุณธรรมจริยธรรม ห้ามขายหวยบนดิน เอ้า-เชียร์ไอซีทีเซ็นเซอร์เว็บโป๊ ฯลฯ ถามว่าตัวมึงแ-กเหล้าไหม แ-ก เคยแทงหวยไหม เคย ชอบดูรูปโป๊หรือเปล่า แหะแหะ-ชอบ ถือศีล 227 หรือเปล่า เปล่าเลย ก็คนธรรมดาชั่วๆ ดีๆ ทั้งนั้น แต่เสแสร้งกันไปตามสคริปต์น้ำเน่า

ผมทวนน้ำแน่นอนเพราะผมไม่เล่นตามสคริปต์ ผมชัดเจนว่าสังคมไทยไม่พัฒนาเพราะอำนาจนอกระบบยังครอบงำการเมืองการปกครอง นักการเมืองชั่วมีมากี่ยุคสมัย ความไม่เป็นธรรมในสังคมมีมากี่ยุคสมัย บ้านเมืองนี้มันเลวร้ายตั้งแต่ทักษิณมีอำนาจหรือ สมัยเปรม 8 ปีมีแต่ความสุขสงบเป็นธรรมจริงหรือ

ปัญหาสังคมไทยเป็นปัญหาระดับโครงสร้าง ไม่ใช่แค่นักการเมืองชั่ว ผมไม่เคยปฏิเสธว่าทักษิณมีอำนาจมากจนเหลิง (เพราะตอนนั้นก็ทวนน้ำด่าทักษิณเช่นกัน ผิดกับนักวิชาการหลายราย ที่ก่อนปี 49 ไม่เคยได้ยินชื่อ) แต่ก็มีข้อดีที่เข้าไปทำลายอำนาจรัฐราชการ ดึงอำนาจมาสู่มือที่มาจากการเลือกตั้ง (ที่มองเห็น) จะชั่วจะเลวก็ว่ากันอีกขั้นตอนหนึ่ง แต่ยังดีกว่ามือที่มองไม่เห็นมาแทรกแซงโดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไร

พันธมิตรฯ ต่อสู้ทักษิณในแง่ของการต่อต้านการหาผลประโยชน์และการเผด็จอำนาจ เป็นจุดเริ่มที่ถูกต้อง แต่เลยเถิดไปจนทำลายประชาธิปไตย ยืมมืออำมาตย์มารัฐประหาร เท่ากับเสียดุลไปอีกด้าน ฉะนั้น วันนี้เมื่อทักษิณและม็อบเสื้อแดงจะสั่งสอนอำมาตย์บ้าง ก็เป็นการคืนดุลให้สังคม ถ้าคุณอ่านที่ผมตอบคุณนายทาสฯ เมื่อวาน ผมก็มองว่าแกนนำพันธมิตรฯ ชิ่ง เพราะรู้ตัวว่าดึงอำมาตย์ออกมามีอำนาจมากเกินไป ต้องปล่อยให้อำมาตย์โดนเสียบ้าง ไม่ใช่เป็นอีแอบอยู่ข้างหลังให้พันธมิตรฯ ตายแทนและเสียหมาแทนอยู่ข้างหน้า (นี่ไงสไตล์มือที่มองไม่เห็น)

อะไรคือความเป็นชาติไทย ชาติของใคร ของคนชั้นกลางหรือของคน 60 ล้านที่ส่วนใหญ่เป็นคนจนคนชนบท ชาติอยู่ที่ปากท้องของคน 60 ล้าน ไม่ได้อยู่ที่สัญลักษณ์ธง 3 สี หรือการยึดถือคุณธรรมจริยธรรมเลื่อนลอย แบบที่เราอยู่กันมาเกินครึ่งศตวรรษ เป็นสังคมมือถือสากปากถือศีล พูดแต่สิ่งดีๆ เชิดชูคนดี แต่เบื้องล่างของสังคมถูกกดขี่ไม่ได้ลืมตาอ้าปาก

นับจากนี้ประเทศจะเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าวันนี้เสื้อแดงแพ้หรือชนะ แต่คนไทยตื่นแล้วทั้งจากสีเหลือง-สีแดงนั่นแหละ เลิกพูดถึงความสามัคคีแบบยอมสยบให้กันเสียที อย่าไปกลัวแบบลมๆ แล้งๆ ว่าจะมีใครโค่นล้มสถาบัน ตราบใดที่สถาบันยังเป็นที่รักของประชาชน ก็จะอยู่คู่ประเทศไทย เพียงแต่องคมนตรีหรือใครก็ตามจะอ้างสถาบันมาแทรกแซงการเมืองการปกครอง การบริหารประเทศไม่ได้อีก สถาบันไม่ใช่องคมนตรี อย่าตีขลุมว่าคัดค้านองคมนตรีคือโค่นล้มสถาบัน

อย่าไปกลัวแบบไร้สาระว่าทักษิณจะกลับมาชนะ เขาเป็นนายกฯ 377 เสียง พันธมิตรฯ ยังไล่ได้ คุณว่าทักษิณจะชนะได้อย่างไร รัฐประหาร? ยึดอำนาจโดยมวลชน? ตั้งตัวเป็นประธานาธิบดี? เป็นเผด็จการจับคนที่ไม่เห็นด้วยฆ่าทิ้งหมด? แยกภาคประเทศไทย? คนที่มีคนเกลียดครึ่งประเทศจะปกครองอยู่ได้อย่างไร ผมยังนึกภาพไม่ออก

ฉะนั้นสิ่งที่ทักษิณทำ มันก็เป็นแค่การเอาคืนและต่อรอง แต่มันเป็นผลดีต่อประชาธิปไตยคือสั่งสอนพวก “คนดี” ที่เสือกมาละเมิดอำนาจอธิปไตยของประชาชน เป็นผลดีต่อสังคมคือเป็นการคืนดุล เปรียบเหมือนไม้คด คุณจะดัดให้ตรง แต่ดัดเกินไปมันต้องดีดกลับมาตรง

งานนี้ไม่มีหัวไม่มีก้อย แต่ออกกลาง คุณไม่อยากได้ก็แล้วไป

เรียน คุณใบตองแห้ง ที่นับถือ

ผมอ่านที่นายหน้าเหลี่ยมมันโฟนอิน แล้วฝากถามนายสาธิตให้ผมหน่อย ว่าเตี้ยอยู่แล้วอย่ามัวแต่ไปมุดหัวอยู่ที่ไหนเลย แสดงความกล้าเสียบ้าง ผมเชื่อแล้วพรรคประชาธิปัตย์ใช้คนไม่เป็นจริงๆ ไม่รู้ว่าเกรงกลัวอะไรกันนัก ทำอย่างนี้ประชาชนเริ่มคิดแล้วว่า พวกประชาธิปัตย์ที่ไม่กล้าทำอะไรเลย ที่แท้ก็เป็นพวกเดียวกัน หรือไม่ก็คงมีแผลเหวอะหวะจนไม่กล้าขยับตัวทำอะไรที่ควรจะทำเสียที สามเดือนกว่าแล้วยังปล่อยให้ไอ้พวกพวกกเฬวรากออกมาสำราก ออกมาทำทุเรศๆ ใช้สื่อทุกรูปแบบ ทำกำแหงเถื่อนๆ ให้ชาวบ้านชาวเมืองต้องมาเดือดร้อน เพราะพวกมันเทิดทูนไอ้คนหนีคุกเพียงคนเดียว หากทำอะไรไม่ได้ ทำอะไรไม่เป็น ขอร้องเถอะถอยออกไปให้คนที่เขารู้เรื่อง ที่เขากล้าทำงานมาทำเถอะ คนเก่งๆ มีตั้งเยอะอย่าไปกันท่าเขาเลย ให้เขามาทำแทนเถอะ

จากเด็กแกร็นคนเดิมครับ

ตอบ คุณเด็กแกร็น

โฟนอินหรือวิดีโอลิงค์เป็นเสรีภาพในการสื่อสารที่คนใช้กันทั่วไป วันวันหนึ่งมีคนโทรข้ามประเทศหรือวิดีโอลิงค์ข้ามประเทศเป็นหมื่นเป็นแสน ถ้ารัฐเข้าไปแทรกแซงเซ็นเซอร์ทั้งหมด มันไม่กระทบเพียงแค่คนไทย แต่รวมถึงคนทั้งโลกที่เขาติดต่อสื่อสารกับเรา

รัฐบาลไม่มีอำนาจเซ็นเซอร์การสื่อสาร แม้จะเป็นคนหนีคดีเขาก็ยังมีสิทธิ์ในการสื่อสาร ถ้าเขาทำผิดกฎหมายหรือล่วงละเมิดใครก็ว่าไปตามกฎหมาย

ถ้ามันไม่จริงทำไมต้องกลัวที่พูดละครับ

เรียน คุณใบตองแห้ง ที่นับถือ

จากปัญหาชวนถกฉบับ 6 เม.ย.52 ขอออกความเห็นเฉพาะย่อหน้า 2 คือ

ประธานศาลมีอำนาจแต่งตั้ง, แก้ไข, เปลี่ยนแปลงองค์คณะผู้พิพากษาได้ ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมาตรา 1 วรรคสาม และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยระเบียบข้าราชการตุลาการ พ.ศ.2521

ถ้าหากการแก้ไขเปลี่ยนแปลงดังกล่าวโดยมีวัตถุประสงค์อันไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือโดยทุจริต ย่อมเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามมาตรา 157 (ป.อ.) หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมมาตรา 201, 202 แล้วแต่กรณี และหมายถึงการล้มละลายของสถาบันตุลาการ มิใช่ประธานศาลแต่เพียงผู้เดียว

ด้วยความนับถือ
เฒ่า 72

ป.ล.ไม่ต้องรอถึงอนาคตหรอกครับ ปัจจุบันก็มีรถรับส่งถึงบ้านได้อยู่แล้ว ไม่ต้องแอบ

ตอบ คุณเฒ่า 72

เท่าที่ทราบเป็นวัตถุประสงค์ “บกพร่องโดยสุจริต” คืออยากให้ได้ผลตามที่ตนต้องการเพื่อแก้ปัญหาของชาติตามทัศนะของตน องค์คณะวินิจฉัยเสร็จแล้วส่งคำวินิจฉัยมา ท่านสั่งเปลี่ยนองค์คณะเฉยเลย เรื่องนี้ถ้าคนที่เกี่ยวข้องกล้าแฉเมื่อไหร่ก็ล้มละลายยิ่งกว่ากรณี สุขุมวิท 103 อีกครับ

ว่าแต่คุณเฒ่า 72 ได้ฟังข่าวจับมือปืนลอบสังหารองคมนตรีอดีตประธานศาลฎีกา สมาชิกบ้านสุขุมวิท 103 หรือเปล่า น่าประหลาดดีนะครับที่ออกมาในสถานการณ์นี้

ผมอดไม่ได้ต้องนึกถึงคดีเก่าๆ 3 คดีที่ผมคาใจอยู่จนทุกวันนี้ คือคดีลอบสังหารประธานศาลฎีกา ที่ตำรวจปลอมตัวไปเป็นสายล่อมือปืนมาถึงหน้าบ้านประธานแล้วค่อยจับ จากนั้นก็ซัดทอดถึงเศรษฐีใหญ่ คดีฆ่าแพทย์หญิงจับมือปืนไม่ได้ แต่มีผู้กว้างขวางออกมารับสารภาพว่าวุฒิสมาชิกเคยจ้างฆ่าแต่ตัวไม่ได้ทำ คดีกำนันเป๊าะจับมือปืนไม่ได้เหมือนกัน แต่มีมือปืนอีกชุดมารับสารภาพว่ากำนันเป๊าะเคยจ้างฆ่าคู่อริ แต่ตัวเองไม่ได้ทำ

คดีใหญ่ๆ ปกติมือปืนติดคุก คนว่าจ้างไม่ติดคุก แต่ 3 คดีนี้ คนว่าจ้างติดคุก คนรับจ้างไม่ติดคุก มันแปลกดีผมเลยจำแม้นแม่น

ขอแสดงความนับถือ
ใบตองแห้ง



7 Responses to “งานนี้ไม่มีหัวไม่มีก้อย แต่ออกกลาง”

  1. อย่างที่ผมเคยสนทนากับเจ้าของบลีอก ว่าด้วยการชุมนุมของเสื้อแดง

    ว่าครั้งนี้เป็นการ “รุกราน” เข้าสู่พื้นที่เชิงรูปธรรม และนามธรรม ของคนกรุงเทพฯ

    เหตุการณ์ที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ (9 เม.ย. 52) คือการปิดถนนสายหลักในกรุงเทพฯ เริ่มจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

    ข้อเท็จจริงประการหนึ่งที่ต้องยอมรับ ว่าคนกรุงเทพ ระดับกลางขึ้นไป ระดับคนทำงานทั่วไป “ส่วนใหญ่” เป็นเสื้อเหลือง
    หรืออย่างน้อยก็มีใจให้เสื้อเหลือง

    และรัฐบาลประชาธิปัตย์ ก็เป็นรัฐบาลที่พวกเขาตั้ง, ไม่ว่าจะโดยตรง ผ่านการออกเสียงเลือกตั้ง และโดยการร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มพันธมิตร
    หรือโดยปริยาย จากการ “นิ่งเฉย” หรือ “ยอมอดทน” ต่อพฤติกรรมของเหล่าพันธมิตร โดยที่ไม่ได้เข้าร่วม แต่เอาใจช่วย
    เพราะมี “จุดหมาย” เหมือนกัน คืออยากเห็นประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล อยากเห็นอภิสิทธิเป็นนายก

    หรือแม้จะไม่ได้รักอภิสิทธิหรือประชาธิปัตย์มากนัก แต่ก็ด้วยความ “ชิงชัง” รัฐบาลสมัคร และรัฐบาลสมชาย

    สิ่งเหล่านี้รวมๆกัน ทำให้คนกรุงเทพฯ “อดทน” กับพันธมิตรได้มากกว่า – เพราะลึกๆแล้ว สิ่งที่พันธมิตรกระทำ – แม้รุนแรงรบกวน – แต่ก็ให้ผลลัพท์ที่ “ถูกจริต” พวกเขา

    นี่คือคนกรุงเทพฯพื้นฐานส่วนใหญ่ ซึ่งต้องยอมรับ – หลายๆท่านที่ทำงาน หรือสัมผัสชีวิต “กรุงเทพฯแท้ในออฟฟิสต์” คงเข้าใจสิ่งที่ผมกล่าว

    การเข้ามาเสื้อแดง ซึ่งในมโนคติของพวกเขา (ผมกำลังจะพูดถึงมโนคติของคนกรุงเทพฯ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมดของกลุ่มเสื้อแดง)
    คือ “พวกคนต่างจังหวัด ลิ่วล้อทักษิณ พลังเงินของทักษิณ ทักษิณจ้างมา” ผนึกกำลังกับ “ไอ้พวกหัวก้าวหน้าไม่เอาเจ้า”
    (ย้ำอีกครั้งว่านี่คือมโนคติของคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่)

    เมื่อคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เอาใจช่วยรัฐบาลอภิสิทธิ (หรืออย่างน้อยก็รังเกียจความเชื่อมโยงใดๆ ที่เกี่ยวข้อวงกับทักษิณ)
    ซ้ำหลายคนยังเชื่อในนิยายหลอกเด็กเรื่องขบวนการล้มเจ้า

    แน่นอนว่า การชุมนุมของเสื้อแดง คือ การ “รุกล้ำ” พื้นที่เชิงนามธรรมของคนกรุงเทพฯ – นั่นคือ เสื้อแดงกำลังจะใช้กำลังเพื่อ “ทำลาย” ขั้วการเมืองฝ่ายที่รักของคนกรุงเทพฯ

    นั่นคือเรื่องนามธรรม

    ส่วนเรื่องรูปธรรม ยุทธการ “ปิดถนนสายหลัก” ของเสื้อแดงในวันนี้ ที่เริ่มจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ คือการเข้ารุกล้ำ “พื้นที่” เชิงรูปธรรมของคนกรุงเทพฯ ซึ่งทำให้เขาได้รับความเดือดร้อนเชิงกายภาพอย่างตรงไปตรงมา

    จริงๆการปิดถนนจนรถติด พันธมิตรก็เคยทำ แต่ในตอนนั้นเสียบ่นอย่างบางเบาของชาวกรุงเทพฯ นั้นเป็นเพราะว่า – สิ่งที่พันธมิตรทำ จะนำไปสู่ผลที่ ถูกจริต” ต่อพวกเขา

    (และขอให้สังเกตว่า ในตอนนั้นการ “บ่น” จะมุ่งเป้าไปที่รัฐบาลว่า รัฐบาลจะหน้าด้านอยู่ทำไม ทำไมไม่ “ลาออกไป” เสื้อเหลืองจะได้เลิกชุมนุมให้คนเดือดร้อน
    แต่ในรอบนี้ พนันได้ ว่าเสียง “บ่น” จะมุ่งไปในทางว่า “ทำไมรัฐบาลไม่จัดการสลายม๊อบให้เด็ดขาด” รถจะได้หายติด)

    เมื่อ “เสื้อแดง” เข้ารุกรานพื้นที่ ทั้งรูปธรรม และนามธรรมต่อคนกรุงเทพฯ และคนจริต “คนเมือง”

    การตอบโต้จากคนกรุง ก็จะมาถึง
    แน่นอน – บางส่วนอาจจะมีการตอบโต้เชิงกายภาพ (เช่นขับรถพุ่งชน – กองกำลังขวาจัด – การลอบทำร้าย – หนังสติ้ก ฯลฯ)
    แต่นั่นไม่น่ากลัวเท่าการตอบโต้แบบที่นิยมกันของคนกรุงเทพฯ

    นั่นคือการออก “ใบอนุญาต” ให้รัฐบาลใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมเสื้อแดงได้

    ดังนั้น ถ้ามีการกวาดล้าง ปราบปราม คนเสื้อแดง ด้วยกำลัง ไม่ว่าจะรุนแรงเพียงใด

    อย่าหวังว่าจะได้เห็นภาพการ “ประณาม” เจ้าหน้าที่ของรัฐ เหมือนในตอน 7 ตุลา

    อย่างหวังว่าจะได้เห็นปริญญา ออกมาวินิจฉัยระยะโปรเจคไทล์ของแก๊ซน้ำตา (ไม่ฮา)

    คนกรุงเทพฯ จะตอบโต้ “ไอ้พวกบ้านนอก – ไอ้พวกล้มเจ้า” ด้วยใบอนุญาตสลายการชุมุนด้วยกำลัง ด้วยประการฉะนี้

  2. An Observer says:

    edit comment :: แก้ไข HTML tag ให้ครับ

  3. An Observer says:

    ขออนุญาตเปิดประเด็นต่อเนื่อง …

    แล้วพี่บุญชิตคิดว่าอะไรคือ “ทางออก” ที่ควรจะเป็น (และเป็นไปได้) ในวันนี้ครับ ?

    ขออนุญาตเปิดก่อน แล้วจะมาเขียนสิ่งที่ตัวเองหวังไว้บ้างตามหลังครับ .. แหะๆ

  4. ยากแฮะ

    ถ้าทางออก หมายถึง การแก้ปัญหา และ “ออก” ไปจากสภาวะแบ่งสีในวันนี้

    ทางออกผมคงมี แต่มันอุดมคติ และคงไม่มีใครเอาไปทำ

    ดังนั้น ผมจึงมองไม่เห็นทางออก

    แต่ “ความเป็นไปได้” ที่สถานการณ์จะพัดพาไป เท่าที่ผมรู้สึกได้ คือ

    1. จะเกิดความรุนแรง มีการจรยุทธขึ้นใน กทม. เช่น คนรถติด ทนไม่ไหว ออกมาด่าเสื้อแดง เสื้อแดงเข้าไปทำร้ายคนที่ออกมาด่า คนขับรถที่รถติดอยู่ ออกมาช่วยคนรถติดคนที่หนึ่ง ที่ถูกเสื้อแดงทำร้าย
    ฯลฯ

    อาจเกิดการต่อสุ้โดยประปราย

    เสื้อแดงจะถูกลอบทำร้าย โดยการลอบขว้างปา หรือยิงด้วยหนังสติ้ก โดยจับมือใครดมไม่ได้

    หรือ

    2. หากผ่านคืนนี้ไปได้แบบแสนสาหัส วันพรุ่งนี้ บริษัท ห้าง ร้าน ต่างๆ จะปิดทำการ ประเทศประสบภาวะชะงักชะงัน บีบให้รัฐบาลออกมา “ทำอะไรสักอย่าง”

    และจะนำไปสู่ “ใบอนุญาตให้ใช้ความรุนแรง” ของคนกรุงเทพฯ และ นักวิชาการ

    3. เกิดความรุนแรงประมาณหนึ่ง

    4. ฉากเดิมๆ กลับมาอีกครั้ง – ความร้าวฉานอาจจะจบ – แบบไม่เสร็จ

  5. Tum says:

    ตรงมากๆ กับที่ท่านบุญชิตว่าไว้ แต่มีคำถามครับ ว่าทำไมคนกรุงเทพฯ ถึงได้มีความโน้มเอียงไปแบบนั้น?

  6. peek says:

    ทางออก คงไม่มีครับ

    ยุบสภาเลือกตั้งใหม่…ปชปได้ แดงก็ คาใจว่าได้มาไง

    ฝ่ายตรงข้ามได้ ก็โดนเหลืองออกมาไล่ ว่าเป็น นอมินี

    ทหารมาปกครอง ก็อ่อนเกินไปในเรื่องบริหารประเทศ เลี้ยงปากเลี้ยงท้องคนทั้งประเทศ

    เสนอ…
    ปกครองแบบสาธารณรัฐ ไปเลยครับ ให้แต่ละจังหวัด เลือกผู้นำของตนเอง ไม่พอในก็ออกมาไล่ในแต่ละจังหวัดไป

    ให้ตำรวจขึ้นตรงต่อผู้ว่าไปเลยครับ

    น่าจะเป็นวิธีที่ ไม่ปวดกบาล ในเรื่องของ กูไม่ชอบนั่นไม่ชอบนี่

  7. ตรงตามวิเคราะห์

    The Bangkokians Strikeback

    http://www.pantip.com/cafe/ratchada/topic/V7725785/V7725785.html

Leave a Reply