มือที่(ลอง)มองให้เห็น ตอนที่ 3 มาแล้วครับ เชิญแวะไปอ่าน ผู้มีบารมีนอกกฏหมาย เกิดจาก กลไกตลาด ? กันได้ที่ โอเพ่นออนไลน์ เช่นเคย
ชอบ ไม่ชอบ อย่างไร อยากได้คอมเม้นต์จากทุกท่าน (ประเด็นไม่น่าสนใจ? สั้นเกินไป? ยาวเกินไป? มั่วเกินไป? อ่านไม่รู้เรื่อง? ) เพื่อได้นำไปปรับปรุงงานเขียนให้ดีขึ้น

ครั้งนี้หยิบเรื่องราวของมาเฟียชื่อดัง “อัล คาโปน” มาบอกเล่า ผมพบว่าการเขียนตอนที่ 3 นี้ใช้เวลาเขียนน้อยกว่า 2 ครั้งก่อนค่อนข้างมาก คิดว่าตนเองเริ่ม “จับทาง” ประเด็นที่อยากเขียนในคอลัมน์นี้ได้ดีขึ้นแล้ว ส่วนที่เหลือคงเป็นเรื่องการหาข้อมูลดิบ การใช้ภาษา (ที่ควรปรับปรุง) และการพยายาม “ผสมผสาน” เรื่องราวต่างๆให้อ่านได้ไหลลื่นและลงตัวมากกว่านี้
ข้อจำกัดที่พบมักเป็นเรื่องของเวลา ทั้งเวลาในการ “นั่ง” เขียนจริงๆอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ และเวลาที่ต้องใช้ในการ “หาข้อมูลประกอบ” ทำให้เรื่องบางเรื่อง แม้ตั้งใจจะเขียนถึงก็ไม่อาจทำได้ง่ายๆ เพราะหาข้อมูลได้ยากเหลือเกิน
แต่ไม่ว่ายังไง ความตั้งใจของผมคืออยากเขียนเรื่องราวของสิ่งต่างๆรอบตัวให้ “หลากหลาย” มากที่สุด … และแน่นอนว่าต้องสัมพันธ์กับ “ตลาด” ด้วย
หากสังเกตดีๆจะเห็นว่าเรื่องราวในตอนที่ 3 นั้นสวนทางกับสองตอนแรก เพราะในขณะที่เรื่องราวสองตอนก่อนนี้ (ไอโฟน, หูฉลาม) ต้องการสื่อให้เห็นถึงผลกระทบด้านร้ายๆจากการทำงานของกลไกตลาด เรื่องราวครั้งนี้ (อัล คาโปน) กลับต้องการสื่อให้เห็นว่าการ “ฝืน” กลไกตลาดอย่างสุดโต่งนั้น ก็สามารถสร้างเรื่องร้ายๆได้เช่นกัน
เรื่องในครั้งนี้ ผมต้องการให้สังคมไทยได้เรียนรู้จากประวัติศาสตร์ทั้งของตนเองและคนอื่นบ้างว่า อะไรที่มากเกินไป มันไม่ดี (ฟองสบู่ ซับไพรม์ free money นิกส์ ฯลฯ) และในทางกลับกัน อะไรที่น้อยเกินไปมันก็ไม่ดีเหมือนกัน (ระบบศีลธรรม วัฒนธรรมเช้าชามเย็นชาม อำนาจนิยม ชาตินิยม ปิดประเทศ ระบบเส้นสาย เศรษฐกิจใต้ดิน ฯลฯ) เพราะในชีวิตจริงนั้นไม่มีอะไรที่เป็น “พระเอก” อยู่เสมอ เช่นเดียวกับไม่มีอะไรที่เป็น “ปีศาจ” ตลอดกาลเช่นกัน
สังคมไทยมักมองอะไรสุดโต่งไปเสียหมด ใครว่าอะไรดีก็มักบอกว่ามันดีแสนดีราวกับเป็นคำตอบของจักรวาล ใครที่ไม่เห็นด้วยก็มักมองว่ามันคือปีศาจจากโลกตะวันตกที่มุ่งทำลายล้างความเป็นไทย ทั้งที่จริงๆแล้ว ทุนนิยม กลไกตลาด (และอาจรวมไปถึงคำว่า ประชาธิปไตย) มันก็เหมือนทุกอย่างในโลก ที่มีทั้งข้อดีและข้อด้อยที่ล้วนต้อง “เรียนรู้ ปรับแก้ และเติบโต” ไปกับมันทั้งนั้น
เราคงต้องใช้ระบบ “ทุนนิยม” อย่าง “พอเพียง”
และต้อง “พอเพียง” กันอย่าง “พอเพียง” ด้วยเช่นกัน
ทางสายกลาง – ดูจะเป็นวลีอมตะอยู่ในทุกเรื่องของโลกจริงๆ
อ่านแล้ว เขียนได้ดี
จะว่าอ่านเพลินก็เพลินนะ แต่เนื้อหาเยิ่นเย้อ ไปหน่อย ยาวไปนิด
อ่านมาได้ ราวๆ 60% ก็สามารถเดาๆ ที่เหลือได้
ช่วง ยุค Prohibition ของสุราในอเมริกา สามารถ รวบรัดให้กระชับได้อีกเยอะ
เรื่องราวของ อัล คาโปน ก็ยาวไปนิด
จริงๆ โดยส่วนตัวจะชอบงาน สไตล์แบบ นักเขียนข่าวไทยรัฐ เนื้อหาประมาณ 1 หน้า
กระชับ เห็นที่มา สาเหตุ ตัวเอก ปัญหา และ บทสรุป
จริงๆ ไม่ต้องทำตามก็ได้นะ แต่เห็นบอกอยากได้ คอมเม้นต์
จริงๆตั้งใจจะให้กระชับอยู่แล้ว แต่ไม่ตั้งใจขนาด 1 หน้าหรอก เพราะแบบนั้นดูจะเหมาะไว้วิเคราะห์เรื่องลับ ลวง พราง มากกว่า (ฮ่าๆ)
ยังไงก็ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์นะคร้าบ :-D
เขียนได้สนุกดีครับ
ไม่รู้จะคอมเมนต์อะไร อ่านแล้วอิ่มดีทีเดียว เนื้อเยอะ ซอสเข้มข้น
มืออาชีพอย่างพี่บุญชิต ชมเชย นี่ก็ปลื้มตัวลอยละครับ
^_^
บอกตรง ๆ ว่าไปอ่านเจอจาก on-open
โดยที่ไม่ทันได้กวาดตาดูชื่อเจ้าของบทความ
อ่านไปได้ไม่ถึงครึ่ง เดาออกเลยว่าต้องเป็นพี่ 555+
โดยรวมผมว่าอ่านง่าย แล้วก็สื่อออกมาได้ตรงนะ
อ่านง่าย ย่อยง่ายดี ไม่ปวดหัว
ผมอ่านงานเขียนใน onopen หลาย ๆ งานอยู่
บอกตรงๆว่า รู้สึกว่ามันอ่านยาก แล้วก็วกวนซะเป็นส่วนใหญ่
(อาจจะเป็นเพราะผมยังมีความรู้พื้นฐานไม่พอเพียงในการอ่านบทความนั้น ๆ)
โอว ดีใจนะเนี่ย
แสดงว่าเขียนหนังสือแบบ “มีลายเซ็นต์” เหมือนภาพถ่ายท่าน anubis แล้วสิเนี่ย โฮ่ๆๆๆ
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์นะ ส่วนเรืองบทความในโอเพ่น เข้าใจว่าหลายชิ้นเป็นงาน “วิชาการ” ไปสักหน่อย ซึ่งนั่นก็เป็น”เป้าหมาย”อย่างนึงที่พี่ตั้งใจเขียน เพราะอยากเขียนอะไรที่ไม่วิชาการเกินไปจนคนทั่วไปเข้าไม่ถึงน่ะ
ก็จะพยายามทำให้ได้อย่างที่ตัวเองหวังไว้ล่ะนะ
:-D
เว็บใหม่ ระบบคอมเมนต์เจ๋งจัง มี reply ของแต่ละคอมเมนต์ได้ด้วย
อิอิ .. เกี่ยวไหมเนี่ย!!!
อ่านแล้วรู้สึกว่าแต่ละย่อหน้้ามันสั้น และมีำจำนวนย่อหน้าเยอะไปครับ อ่า่นแล้วรู้สึกว่าไม่ลื่นไหลต่อเนี่ยง
หรือไม่รู้เพราะว่าคุณเว้นระยะห่างระหว่างย่อหน้า เยอะมากไปครับ ทำให้ผมรู้สึก(ไปเอง) ว่ามันไม่ต่อเนื่อง น่าจะลองลดระยะห่างระหว่างย่อหน้าลงมาหน่อยนะครับ
คงไม่ใช่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างย่อหน้าหรอก เพราะคิดเหมือนกันเปี๊ยบเลยครับ
ครั้งนี้พลาดไปหน่อย ทุกทีจะพยายามบอกตัวเองให้เขียน “สั้น กระชับ” อยู่เสมอ (เพราะเป็นคนเขียนอะไรยืดยาว เยิ่นเย้อ) แต่สงสัยครั้งนี้จะระวังเรื่องนี้มากไป เลยออกมาห้วนๆพอควร
ไว้เดือนหน้าแก้ตัวใหม่ ^_^